“รักต่างวัย”เหตุใดจึงยั่งยืน



“รักต่างวัย”เหตุใดจึงยั่งยืน


สำนวนไทยที่ว่า “โคแก่ชอบกินหญ้าอ่อน” เป็นการเปรียบเปรยว่า คนที่มีอายุมากจะชอบเพศตรงข้ามที่มีอายุน้อย เช่น ชายวัยกลางคนชอบเด็กสาววัยรุ่น หรือ หญิงวัยกลางคนชอบเด็กหนุ่มๆ ซึ่งถ้ามองแบบคนยึดติดจารีตประเพณีก็มักจะมองว่าไม่เหมาะสม มองว่าช่องว่างระหว่างวัยจะทำให้เกิดปัญหาตามมา แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว “ปัญหา”ของแต่ละคู่นั้น ไม่อาจเอาอะไรไปวัดได้ ต่อให้อายุใกล้เคียงกัน หรือเท่ากันพอดี ก็ไม่ได้หมายความว่า ความรักจะราบรื่นเสมอไป

จริงอยู่ที่ความต่างของอายุอาจเป็นกำแพงอันแรกที่ทำให้ทั้งคู่ต้องรู้สึก แต่เชือหรือไม่ว่า หากคนเราจะเป็นคู่กันจริงๆ ไม่ว่าอายุต่างกันกี่สิบปี ความรู้สึกผูกพันกันจะค่อยๆ เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ต่อให้ใครจะว่าอย่างไร แต่จิตใจมันย่อมซื่อตรงต่อความรู้สึก ไม่อาจปฏิเสธความต้องการที่อยากจะอยู่ด้วยกันได้ แล้วในที่สุด “อายุ”ก็จะกลายเป็นเพียง “ตัวเลข” ดังที่เขาให้เหตุผลกันมาเนิ่นนานแล้ว

นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การมีคนรักที่อายุต่างจากตัวเองมากๆ มักจะถูกสังคมมองด้วยสายตาฉงนสงสัย โดยเฉพาะฝ่ายที่อายุน้อยกว่า จะถูกถามเป็นประจำว่า “คนวัยเดียวกันมีเยอะแยะ ทำไมไม่เลือก ดันไปเลือกคนแก่คราวพ่อ(คราวแม่)” ซึ่งคนที่ถูกถามก็มักจะคิดว่า การทีเราจะเลือกคบใคร มันก็เรื่องของเราแท้ๆ จะสุขจะทุกข์มันก็เรื่องของเรา ไม่เห็นต้องให้ใครมาคิดแทนเลย ?

และนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบันอีกเช่นกัน ที่ปรากฏว่า “คู่รักต่างวัย”เป็นจำนวนมากที่สามารถครองคู่อย่างมีความสุขยิ่งกว่าคู่ผัวหนุ่ม-เมียสาวหลายๆ คู่เสียอีก เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ? …

สำหรับคู่ที่ชายสูงวัยกว่าฝ่ายหญิง อย่างที่ไปไหนมาไหนด้วยกันอาจจะนึกว่าเป็นพ่อกับลูกนั้น ฝ่ายชายจะเป็นผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมามากกว่า มีฐานะ มีความมั่นคงในชีวิตระดับหนึ่ง ทั้งยังมีความใจเย็น มีความนิ่ง หรือใจกว้าง ทำให้ฝ่ายหญิงรู้สึกอบอุ่น รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้สามารถปกป้องและพึ่งพาได้ หากผู้หญิงคนไหนมีเป้าหมายที่ครอบครัวที่สมบูรณ์ ผู้ชายแบบนี้สามารถทำให้ความฝันของผู้หญิงเป็นจริงได้

สำหรับคู่ที่ฝ่ายหญิงสูงวัยกว่าฝ่ายชาย มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่า สตรีในช่วงวัย 30 กว่าไปจนถึง 40 ต้นๆ จะมีความต้องการทางเพศในระดับเดียวกับเพศชายวัยยี่สิบต้นๆ นอกจากนี้ สตรีในวัยดังกล่าว หลายคนไม่ได้คาดหวังในเรื่องความแต่งงาน แต่ต้องการเพื่อนเพื่อคบหา เป็นไปเพื่อ “ความหย่อนใจ” ไม่ใช่  “การสร้างครอบครัว” ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของทางวุฒิภาวะของชายวัยยี่สิบต้นๆ การคบหากันของหญิงสูงวัยและชายหนุ่มหลายๆ คู่จึงดำเนินไปด้วยดี

แต่ก็ใช่ว่า คู่รักต่างวัยจะไม่มีปัญหากันเลย เพราะธรรมชาติของคน จะให้คิดเหมือนกันทุกอย่างย่อมเป็นไปไม่ได้ คู่รักทุกคู่ แม้จะรักกันแค่ไหน ก็อาจจะมีปัญหากระทบกระทั่ง มีความไม่เข้าใจกันได้ แต่ก็เช่นเดียวกับทุกคู่อีกนั่นแหละ งอนกันได้ก็สามารถง้อกลับมาดีกันได้เช่นกัน

สำหรับคู่รักชายสูงวัยกับหญิงสาว การที่เขายินยอมให้เธอเป็นดวงใจของเขา ก็เท่ากับเขาได้ยกให้เธอเป็น “ราชินี”ของเขาแล้ว ไม่ว่าเธอต้องการอะไรเขาก็จะพยายามหามาให้ และแทบจะไม่อยากขัดใจเธอเลย ดังนั้น หากเธอไม่เอาแต่ใจตัวเองจนเกินไป และเอาใจใส่เขาอย่างสม่ำเสมอ ให้เขาที่รักเธอมากอยู่แล้ว ได้รักเธอมากขึ้นไปอีก ความรักของเขาและเธอย่อมจะมีโอกาสยืนยาว   

ส่วนคู่รักหญิงสูงวัยกับชายหนุ่ม หากฝ่ายหญิงเปิดโอกาสให้ชายหนุ่มได้เป็นผู้นำ ให้เกียรติเขาในการตัดสินใจในหลายๆ อย่าง เขาจะรู้สึกภาคภูมิใจที่คุณให้ความสำคัญ ซึ่งจะเป็นการลบปมด้อยที่เขามีสถานะเป็นเสมือนผู้ตาม หรือบางที หญิงสูงวัยทำตัว “แอ๊บแบ๊ว” ให้ดูเป็นเด็กสาว น่าทะนุถนอมในบางเวลาบ้าง ก็น่ารักดีเหมือนกัน

“ความรัก”นั้น ไม่อาจถูกตีกรอบไว้ด้วยชนชั้น เชื้อชาติ ภาษา หรืออายุ เราไม่ควรที่จะต้องหวั่นเกรงอะไร หากเราจะรักคนที่อายุห่างจากเรามาก ขอเพียงให้ความรักนั้นเป็นความรักจริงจากใจ และจริงจังที่จะสานต่อเท่านั้น

แม้จะ “ต่างวัย” แต่ก็เป็นไปได้ที่จะมี “หัวใจดวงเดียวกัน”

ย้อนกลับ